1. ตั้งเป้าหมายเล็กๆไว้ก่อน เช่น จะลดให้ได้สักกิโลในเดือนนี้ อย่าตั้งเป้าไว้ยิ่งใหญ่เกินไป
2. แทนน้ำตาลในชาหรือกาแฟด้วยสารให้ความหวานสังเคราะห์แทน
3. ดื่มน้ำเย็นจัด จะทำให้ร่างกายใช้แคลอรี่มากขึ้นในการปรับอุณหภูมิน้ำให้เท่ากับอุณหภูมิร่างกาย
4. บอกบริกรให้เอาตะกร้าขนมปังออกจากโต๊ะอาหารของคุณ
5. จิบชาเขียวเพื่อช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญอาหารได้ดีกว่า
6. เอามันทอดกับเพร็ทเซลเก็บไว้ให้ไกลๆมือ
7. บริโภคอาหารเช้าทุกๆวัน
8. ออกกำลังกายตอนเช้าทุกวันเป็นสิ่งแรกเพราะร่างกายจะใช้พลังงานเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีกว่า
9. ดื่มชาหรือกาแฟในช่วงพัก เพื่อให้รู้สึกอยากอาหารน้อยลง
10. ออกกำลังกายเวลาอากาศหนาวเย็นจะเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีกว่านอนซุกอยู่ในที่อบอุ่น
11. หากอยากบริโภคป๊อปคอร์นให้เลือกแบบไม่ใส่เกลือและเนย
12. เอาอาหารกลางวันจากบ้านไปกินที่ออฟฟิศ ประหยัดทั้งแคลอรี่และเงินในเวลาเดียวกัน
13. ปิดทีวีเวลาบริโภคอาหารแต่ละมื้อ
14. เลือกเข้าร้านอาหารที่มีอาหารแคลอรี่ต่ำหรืออาหารปลอดไขมันบริการ
15. งดเข้าร้านอาหารแบบบุฟเฟต์หรือแบบเหมาจ่ายนอกบ้าน
16. เลือกผลิตภัณฑ์นมแบบ non-fat แทนแบบธรรมดา
17. อย่าบริโภคอาหารเวลาขับรถ
18. บริโภคของว่างมื้อเล็กๆรองท้องก่อนไปงานปาร์ตี้เสมอ
19. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ความเหนื่อยจะทำให้คุณหิวและกินมากขึ้น
20. เคี้ยวอาหารให้ละเอียดอย่างน้อย 20 ครั้งต่อคำ ก่อนจะกลืนมันลงไปทุกครั้ง
21. ยกน้ำหนัก 20 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญไขมันกลายเป็นกล้ามเนื้อ
22. จัดโปรแกรมการออกกำลังให้เป็น 10 นาทีต่อรอบ เพื่อให้ทำมันได้ง่ายและบ่อยกว่า
23. จอดรถให้ไกลจากออฟฟิศหรือห้างเพื่อจะได้เดินออกกำลัง
24. บริโภคไฟเบอร์ให้มากขึ้นจะได้อิ่มเร็วขึ้น
25. เลือกน้ำสลัดแบบไขมันต่ำหรือปลอดไขมันจะดีที่สุด
26. จัดให้มีอาหารประเภทโปรตีนในมื้ออาหารทุกมื้อ เพราะร่างกายจะใช้เวลาย่อยโปรตีนนานกว่าคาร์โบไฮเดรต
27. หายใจลึกๆยาวๆหลายๆครั้งก่อนกินอาหารแต่ละมื้อ
28. ใช้บันไดแทนลิฟต์ให้ได้มากที่สุด
29. เพิ่มการบริโภคแคลเซียมเพราะได้มีผลวิจัยอกมาว่า แคลเซียมช่วยเรื่องน้ำหนักได้ดีกว่า
30. อย่าบังคับตัวเองให้บริโภคให้หมดจานเพราะเสียดายของเหลือ
31. นางแบบ คลอเดีย ชิฟเฟอร์ มีอาหารว่างประจำคือองุ่นดำหรือน้ำมะเขือเทศ
32. บริโภคผักสดแทนผักที่ผ่านการปรุงแล้ว
33. ใส่อาหารมื้อเย็นครึ่งหนึ่งที่คิดจะกินลงในชามข้าวหมาตัวโปรดก่อนทุกครั้ง
34. หากเผลอตามใจปากมากเกินไปบ้าง อย่าเอาเหตุนี้มาล้มเลิกความตั้งใจ แต่ให้รีบกลับไปที่โปรแกรมไดเอตที่เคยทำประจำวัน
35. หาเพื่อ่นสนิทมาทำโปรแกรมลดน้ำหนักด้วยกัน จะได้สนุกขึ้น
36. เลือกทาสีเล็บหรือถักนิตติ้งเวลาดูทีวีแทนการหยิบขนมใส่ปาก เพื่อไม่ให้มือว่างด้วย
37. บริโภคของหวานปิดท้ายมื้ออาหารเพื่อบอกร่างกายว่า มื้อนี้สิ้นสุดลงแล้ว อย่าหาอะไรใส่ปากอีก
38. แช่องุ่นไว้ในช่องแช่แข็ง เพื่อเป็นของหวานยามต้องการ
39. เวลาไปกินข้าวนอกบ้าน ห้ามเข้าร้านพิซซ่าหรือภัตตาคารอาหารจีนเด็ดขาด
40. บริโภคผลไม้เช่นแตงโม ซึ่งอุดมด้วยน้ำ เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำและผลไม้นี้ยังมีแคลอรี่ต่ำอีกด้วย41. หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ
42. จดรายการของทุกชนิดที่บริโภคในแต่ละวันอย่างถี่ถ้วน และดูว่ามีอะไรเกินจำเป็น
43. สั่งน้ำแร่หรือโซดาเปล่าๆเพื่อตัดแอลกอฮอล์และแคลอรี่ที่จะรับลงไปครึ่งหนึ่ง
44. เคี้ยวหมากฝรั่งปลอดน้ำตาลเพื่อไม่ให้บริโภคของว่างพร่ำเพรื่อเกินไป
45. ปรับปรุงรายการอาหารประจำวัน ลดน้ำตาลและไขมันลงให้มากที่สุด
46. พยายามบริโภคอาหารโดยใส่จาน อย่าหยิบกินจากถุงหรือบรรจุภัณฑ์โดยตรง วิธีนี้จะทำให้คุณลดพฤติกรรมบริโภคพร่ำเพรื่อลงได้
47. เติมพริกหรือพริกไทยลงในอาหรเพื่อช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญอาหารของคุณ
48. อย่าบริโภคอาหารในช่วงเวลา 3 ชม. ก่อนเข้านอนเป็นอันขาด
49. เลือกออมเล็ตไข่ขาวล้วนเพื่อให้ร่างกายได้รับแคลอรี่น้อยกว่า
50. เปิดเพลงเต้นออกกำลังในช่วงเบรกระหว่างวัน
51. เพื่อจะลดน้ำหนักในช่วงแรกให้ได้ผล ให้บริโภคเฉพาะโปรตีนและผักติดต่อกันสัก 2-3 วัน
52. ดาราสาว ซัลม่า ฮาเย็ก จะนำอาหารส่วนตัวไปบริโภคเองทุกครั้ง เพื่อเลี่ยงปัญหาบริโภคมากเกินไปจากความเหนื่อยในการทำงาน
53. ความเหนื่อยทำให้คุณอ้วนขึ้นจากการบริโภคมากขึ้น ควรหาเวลาพักผ่อนให้พอ
54. บริโภคอาหารทุกๆ 3 ชม. เพื่อให้ระบบการเผาผลาญอาหารทำงานได้ดีที่สุด
55. เช่าหนังตลกมาดูบ่อยๆ เพราะการหัวเราะเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีที่สุด
56. แทนที่จะนัดเพื่อนออกไปกินข้าวเย็นนอกบ้าน ให้นัดกันไปเดินออกกำลังแทน
57. อย่าชั่งน้ำหนักตัวบ่อยเกินสัปดาห์ละครั้ง
58. อบหรือนึ่งอาหารที่จะบริโภคแทนการทอดให้ได้มากที่สุด
59. อย่าหวังว่าจะลดน้ำหนักได้ในชั่วข้ามคืน เพราะการลดน้ำหนักลงถาวร ต้องใช้เวลาสักระยะ
60. เติมถั่วลงในมื้ออาหารให้มากขึ้น พืชนี้อุดมด้วยโปรตีนและไฟเบอร์ ทั้งยังมีไขมันต่ำด้วย
61. ลองบริโภคมื้อเย็นโดยไม่สวมชุดใดๆที่หน้ากระจกบานใหญ่ๆดู รับรองว่าจะกินได้น้อยลง
62. ทำสลัดผักชามใหญ่ๆบริโภควันละมื้อทุกวัน
63. แขม่วท้องทุกครั้งเมื่อนั่งบนเก้าอี้จะช่วยให้หน้าท้องเรียบตึง
64. อย่าตัดไขมันออกโดยสิ้นเชิงในการบริโภค
65. อนุญาตให้ตัวเองบริโภคอาหารที่ชอบสัปดาห์ละครั้ง จากนั้นกลับไปที่โปรแกรมไดเอตของคุณ
66. ดื่มน้ำที่มีมะนาวฝานอยู่ด้วย 1 ซีก และห้ามเติมน้ำตาลเป็นอันขาด
67. ติดรูปของดาราที่มีรูปร่างที่คุณฝันถึงไว้หน้าตู้เย็น
68. เข้าสปาหรือทำซาวน่าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดเซลลูไลต์ลงให้ได้
69. ให้รางวัลกับตัวเอง เช่น ไปดูหนังสนุกๆหรือซื้อชุดสวยๆตัวใหม่ เมื่อสามารถบรรลุเป้าหมายการลดน้ำหนักที่ตั้งไว้ในแต่ละครั้ง
70. ใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที เพื่อเต้นแอโรบิกทุกๆวัน
71. เวลาไปซื้ออาหารเข้าบ้าน พยายามเข้าร้านแบบเฮลธ์ช็อป ซึ่งที่นั่นจะมีของเหมาะกับสุขภาพให้เลือกบริโภคมากที่สุด
72. เอาขวดเกลือไปวางไว้ไกลๆหรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นขวดเครื่องเทศป่นแทน
73. วัดรอบเอวก่อนที่จะไดเอตไว้ก่อนเพื่อให้รู้ผลความสำเร็จของคุณ
74. อยากหยิบช็อคโกแลตเข้าปากงั้นหรือ ขอเปลี่ยนเป็นพุดดิ้งปลอดไขมันหรือช็อคโกแลตร้อนไม่ใส่น้ำตาลแทนจะดีกว่า
75. บริโภคผักเป็นอย่างแรกก่อนอาหารชนิดอื่นๆบนโต๊ะทุกครั้ง
76. จัดกิจกรรมสุดสัปดาห์ให้ดีๆว่าควรจะมีอะไรให้ทำมากกว่าการนั่งกินอาหารมื้อใหญ่ๆบนโต๊ะ
77. เติมรสต่างๆลงในมื้ออาหารแบบไขมันต่ำของคุณ เช่น เครื่งอเทศ น้ำส้มไซเดอร์หรือกระเทียม
78. ลองเป็นนักมังสวิรัติ เหมือนที่กวินเนต พัลโทรว์ทำ จะได้มีรูปร่างสวยๆแบบเธอบ้าง
79. วางแผนการบริโภคไว้ล่วงหน้าทุกมื้อ
80. เติมเมล็ดงาคั่วลงในมื้ออาหารเพื่อให้ร่างกายได้ไขมันที่มีคุณภาพ
81. เลือกขนมปังโฮลแกรนที่อุดมด้วยธัญพืชแทนขนมปังขัดขาวทุกชนิด
82. ควรเลือกบริโภคเฉพาะเนื้อเซอร์ลอยด์ที่ปลอดไขมันเท่านั้น
83. บรรดานางแบบจะเผยเคล็ดลับว่า จะบริโภคแต่โปรตีนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เมื่อต้องการดูผอมเพรียวลง
84. ดื่มน้ำแก้วใหญ่ๆ ก่อนที่จะบริโภคของว่าง บางทีคุณอาจจะแค่กระหายน้ำ ไมได้ต้องการจะบริโภคอาหารก็ได้
85. บริโภคของว่างหลังจากการออกกำลังกาย เพื่อเติมพลังให้กล้ามเนื้อ
86. ปั่นจักรยานออกกำลังไปด้วยขณะที่ดูโทรทัศน์อยู่
87. เลือกบริโภคถั่วอบแห้งไม่ใส่เกลือหรือผลไม้อบแห้งแบบหวานธรรมชาติเป็นของว่างเพื่อให้อิ่มได้นานขึ้น
88. ใช้จานเล็กๆหรือถ้วยเล็กๆตักอาหารเพื่อหลอกตาตัวเองเมื่อมันเต็มแล้ว
89. เมื่อรู้สึกทรมานจากการหิวของว่างมื้อบ่าย ให้ลองลุกขึ้นออกไปเดินเล่นแทนการหาของกินใส่ปาก
90. ให้ยืนขึ้นทุกครั้งที่คุณรับโทรศัพท์จากเพื่อนสนิทที่ต้องคุยกันนานๆ
91. เลือกบริโภคอาหารออร์แกนิกส์จะช่วยลดน้ำหนักลงได้ จากคำบอกของคริสตีนา อากีเลร่า
92. ลองเป็นสมาชิกชมรมไดเอตสักแห่งเพื่อควบคุมความตั้งใจของคุณให้เป็นรูปธรรมและมีเพื่อนไดเอตด้วยกัน
93. ทำแซนด์วิชไปกินเอง ใส่ผักกาด โปรตีนไขมันต่ำและผักต่างๆให้มากที่สุด
94. เคี้ยวอาหารให้ช้าลง แล้วคุณจะกินได้น้อยลงด้วย
95. บอกตัวเองบ่อยๆว่า ไม่มีอะไรดีเท่ารู้สึกว่าตัวเองผอมลงได้หรอก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ
96. ให้บริโภคหนักในช่วงกลางวันไม่ใช่ช่วงเย็น
97. ออกกำลังด้วยการวิ่งทุกๆวันจะดีที่สุด เป็นคำแนะนำจาก ดรูว์ แบร์รี่มอร์ที่บอกว่า เธอสามารถลดน้ำหนักลงได้ถึง 20 ปอนด์จากวิธีนี้
98. ตั้งงบประมาณเกี่ยวกับการบริโภคต่อเดือน และทำตามนั้นให้ได้มากที่สุด ผันงบประมาณอาหารที่เคยซื้อไปเป็นเสื้อผ้าสวยๆหรือเครื่องสำอางที่อยากได้มานาน
99. ลืมไปเลยว่ามีเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมอยู่ในโลก และดื่มชาสมุนไพรต่างๆแทน
100. การกระโดดเชือกช่วยเผาผลาญแคลอรี่และลดน้ำหนักได้ดีอย่างรวดเร็ว ทั้งยังเป็นอุปกรณ์กีฬาที่พกสะดวกด้วย
วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552
ก่อนซื้อต้องอ่านฉลาก!!
เวลาที่ไปซูเปอร์มาร์เก็ต เคยสังเกตฉลากที่ข้างบรรจุภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อกันบ้างมั้ย? นั่นแน่! ไม่เคยเลยละสิ คุณรู้มั้ยคะว่านั่นสําคัญมากเลยนะ เพราะมันจะทําให้รู้ว่าสิ่งที่กําลังจะหยิบลงตะกร้าอยู่นี่ มีคุณค่าทางโภชนาการมากน้อยแค่ไหน ว่าแล้วก็มาเริ่มสํารวจเจ้าฉลากกันเลยดีกว่า 1.สิ่งแรกที่จะเห็นก่อนก็คือ Serving Size และ Calories Per Serving ซึ่ง Serving Size จะแสดงอยู่ในหน่วยของถ้วย, ช้อน, ชิ้น, หรือกรัม และจะบอกถึงปริมาณอาหารต่อหนึ่งหน่วยบริโภคด้วย ส่วน Serving Per Container จะแสดงถึงจํานวนของการบริโภคต่อหนึ่งบรรจุภัณฑ์ค่ะ 2.Amount Per Serving จะแสดงถึงจํานวนแคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค และถ้าหากคุณคูณตัวเลขนี้ด้วย Serving Size มันจะไปเท่ากับหรือใกล้เคียงกับปริมาตรทั้งหมดที่มีอยู่ในบรรจุภัณฑ์นี้3.Calories From Fat หากรู้จํานวนแคลอรีที่มาจากไขมัน ก็จะสามารถช่วยให้คุณจํากัดปริมาณของไขมันได้อีกทางหนึ่งใช่มั้ยล่ะคะ ทางที่ดีใน 1 วัน คุณไม่ควรรับแคลอรีจากไขมันเกิน 30% นะจ๊ะ4.% Daily Value ในส่วนนี้จะบอกถึงเปอร์เซ็นต์ของสารอาหารที่จะได้รับในหนึ่งหน่วยบริโภค (คิดจากพลังงาน 2,000 แคลอรีต่อวันค่ะ) 5.Total Fat คือจํานวนไขมันเป็นกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค6.Cholesterol จะบอกคุณว่ามีคอเลสเตอรอลอยู่กี่มิลลิกรัม และเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ให้ด้วย7.Sodium/Salt ปกติร่างกายควรได้รับโซเดียมน้อยกว่า 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเกลือประมาณ 1 ช้อนชาค่ะ 8.Total Carbohydrates จะแสดงปริมาณของคาร์โบไฮเดรตเป็นกรัมและเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งตัวเลขนี้จะรวมถึงแป้ง คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ไฟเบอร์ สารให้ความหวาน และสารปรุงแต่งที่ย่อยยากด้วยค่ะ 9.ไฟเบอร์ คือ คาร์โบไฮเดรตที่ย่อยไม่ได้และช่วยในเรื่องการขับถ่ายด้วยค่ะ ซึ่งแต่ละวันคุณควรรับไฟเบอร์อย่างน้อย 15 กรัมนะคะ10.โปรตีน อาหารส่วนใหญ่จะมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบ แต่ในเนื้อ ปลา เป็ด ไก่ และผลิตภัณฑ์ที่มาจากนมจะมีมากกว่าอาหารทั่วไปเป็นพิเศษ และใน 1 วัน คุณควรรับโปรตีนประมาณ 50-100 กรัม
วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2552
เทคนิคทำอาหารเช้าแบบอเมริกันเบรคฟาสท์

อาจดูทำง่ายๆ แต่ถ้าใส่เทคนิคเพิ่มเติมเข้าไปอีกนิด ก็ช่วยให้อาหารเช้าของคุณน่ารับประทานยิ่งขึ้น
1. ทำออมเลตให้ขึ้นฟูได้โดยเติมแป้งข้าวโพดลงในไข่สักเล็กน้อย จะทำให้ออมเลตของท่านฟูขึ้น
2. ทำแพนเค้ก หรือวอฟเฟิลให้นุ่มและฟูขึ้น ใช้โซดาแทนส่วนผสมที่เป็นของเหลวบางส่วน แต่จะเก็บไว้ไม่ได้ต้องใช้ให้หมดในครั้งเดียวค่ะ
3. แต่ถ้าทำแพนเค้ก แล้วรับประทานไม่หมดในทีเดียว อย่าทิ้งนะคะ ให้ใช้กระดาษไขรองแต่ละชิ้นนำมาวางซ้อนกัน แล้วนำเก็บไว้ในตู้แช่แข็ง เวลาจะรับประทานก็นำใส่ในที่ปิ้งขนมปัง ก็จะมีแพนเค้กไว้ทานได้ทันที
4. เวลาทอดเบคอนแล้วมักจะไม่ได้เบคอนที่เป็นแผ่นตรง ลองวิธีนี้ค่ะ ให้แช่เบคอนในน้ำเย็นก่อนนำไปจี่ในกระทะ จะได้เบคอนแผ่นตรงไม่หงิกงอ
5. อีกวิธีหนึ่งคือ นำเบคอนวางบนจานที่ปูด้วย Paper Towel แล้วปิดทับอีกที ใส่ไมโครเวฟประมาณ 1-2 นาที แล้วแต่ความกรอบที่ชอบ ก็จะได้เบคอนที่กรอบและปราศจากน้ำมันค่ะ
6. ก่อนนำไส้กรอกไปทอด ให้ใช้ส้อมหรือเข็มจิ้มให้ทั่ว วิธีนี้จะทำให้ไส้กรอกไม่แตก และไม่กระเด็นออกจากกระทะหรือจะตัดเป็นชิ้นพอคำ แล้วผ่าหัวท้ายเป็นกากบาท ก็จะได้ไส้กรอกที่เป็นดอกไม้ ดูน่ากิน
ประโยชน์ของเปลือกกล้วย

ใครที่ชอบกินกล้วย แล้วอย่าเพิ่งทิ้งเปลือก เพราะเปลือกกล้วยก็มีประโยชน์ วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน...
เปลือกกล้วยมีเยื่อเมือกซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างดังนี้
- สามารถนำมาทาผิวให้ความชุ่มชื้น แก่ผิวได้ในหน้าหนาวผิวหนังจะแห้งแตก ใช้เปลือกด้านในนำมาทาถูผิวหนังจะชุ่มชื่น ตึงเรียบเนียน
- สามารถนำมาทาถู บริเวณแมลง สัตว์กัดต่อย ลดอาการ บวม แดง คัน ได้
- สามารถนำมาหมักผม ขจัดรังแค หนังศรีษะแห้งเป็นขุย ผมแห้งหยาบกระด้าง นำเปลือกมาขูดเอาเฉพาะเยื่อข้างในเปลือกมาผสมกับน้ำผึ้งให้เป็นเนื้อครีมเข้มข้นหมักเส้นผมไว้ประมาณ 30 นาที แล้วสระผมตามปกติ ก็จะทำให้หนังศรีษะปราศจากรังแค เส้นผมนุ่มสวย
- สามารถแก้ปวดเมื่อยได้โดยนำเอาเปลือกไปอังไฟ แล้วนำเอาเปลือกมาประคบบริเวณที่ปวดเมื่อย จะบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้
- สามารถนำมาถูคราบเขม่าตามหน้าเตาแก๊ส โดยนำเปลือกกล้วยถูบริเวณที่มีคราบเขม่าแล้วนำผ้าแห้งเช็ดถูอีกครั้งจะได้เตาแก๊สที่สะอาดเหมือนใหม่อยู่เสมอ
ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.
เปลือกกล้วยมีเยื่อเมือกซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างดังนี้
- สามารถนำมาทาผิวให้ความชุ่มชื้น แก่ผิวได้ในหน้าหนาวผิวหนังจะแห้งแตก ใช้เปลือกด้านในนำมาทาถูผิวหนังจะชุ่มชื่น ตึงเรียบเนียน
- สามารถนำมาทาถู บริเวณแมลง สัตว์กัดต่อย ลดอาการ บวม แดง คัน ได้
- สามารถนำมาหมักผม ขจัดรังแค หนังศรีษะแห้งเป็นขุย ผมแห้งหยาบกระด้าง นำเปลือกมาขูดเอาเฉพาะเยื่อข้างในเปลือกมาผสมกับน้ำผึ้งให้เป็นเนื้อครีมเข้มข้นหมักเส้นผมไว้ประมาณ 30 นาที แล้วสระผมตามปกติ ก็จะทำให้หนังศรีษะปราศจากรังแค เส้นผมนุ่มสวย
- สามารถแก้ปวดเมื่อยได้โดยนำเอาเปลือกไปอังไฟ แล้วนำเอาเปลือกมาประคบบริเวณที่ปวดเมื่อย จะบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้
- สามารถนำมาถูคราบเขม่าตามหน้าเตาแก๊ส โดยนำเปลือกกล้วยถูบริเวณที่มีคราบเขม่าแล้วนำผ้าแห้งเช็ดถูอีกครั้งจะได้เตาแก๊สที่สะอาดเหมือนใหม่อยู่เสมอ
ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.
วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552
วิธีทำความสะอาดตะแกรงย่างเนื้อ
ใครที่ชอบทำอาหารจำพวกปิ้ง ย่าง ทานกันบ่อย ๆ คงเคยประสบปัญหา ตะแกรงดำ ล้างออกยาก วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีทำความสะอาดตะแกรงให้ขาวเหมือนใหม่มาบอกกัน...
วิธีทำความสะอาด คือ นำน้ำยาล้างจาน ผสมกับน้ำอุ่น จากนั้นใส่ภาชนะ หรือถุงขนาดใหญ่ นำตะแกรงลงแช่ไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง จากนั้นเขย่าถุง คราบสกปรกก็จะหลุดออกโดยง่าย สุดท้ายนำออกมาล้างทำความสะอาดอีกครั้ง แล้วผึ่งตะแกรงให้แห้ง จะสังเกตได้ว่าตะแกรงกลับมาขาวเหมือนใหม่ดังเดิม
ถ้าอยากมีตะแกรงที่ขาวสะอาดไว้ใช้ ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.
กินอย่างไร...ในหน้าร้อน !!
อากาศร้อนๆ อย่างนี้หลายคนมักมีอาการเบื่ออาหารและหาวิธีคลายร้อน ซึ่งวิธีที่นิยมใช้แก้ร้อนและกระหาย คือ การเลือกดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ หรือไอศกรีมท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งเป็นการแก้กระหายเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ไม่ใช่วิธีการที่จะช่วยให้ร่างกายเย็นลงจากสภาวะอากาศร้อนข้างนอกได้ ทางที่ดีควรอาบน้ำหรือกินอาหารประเภทที่ช่วยให้เหงื่อออกโดยตรงจะดีกว่า
คนจีนมักจะดื่มน้ำชาร้อน จะทำให้เหงื่อออก เป็นการระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ดีอีกวิธีหนึ่ง มาถึงตรงนี้หลายคนคงมีคำถามต่อไปว่า แล้วจะกินอาหารอย่างไรดีในหน้าร้อน เนื่องจากอากาศร้อนมีผลทำให้อารมณ์หงุดหงิดง่าย การเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยคลายร้อนและอารมณ์เย็นขึ้น จะช่วยให้รู้สึกดีในหน้าร้อนได้
อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง นม และไขมัน เป็นอาหารที่ต้องใช้พลังงานในการย่อยและการนำไปใช้สูงกว่าข้าว ผัก และผลไม้ การที่ทางเดินอาหารทำงานหนัก จะเกิดความร้อนในร่างกาย อาหารพวกเนื้อและไขมันจึงเป็นอาหารที่ทำให้ร้อน ไม่ควรกินมากในหน้าร้อน
อาหารที่ไม่สร้างความร้อนเพิ่มขึ้น คือ ผักและผลไม้ที่ไม่มีแป้งมาก ดังนั้น จึงควรเน้นไปที่ผักและผลไม้เป็นหลักมากกว่าอาหารจำพวกแป้งและเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้พลังงานมากเกินความจำเป็นถ้ารับประทานมากเกิน และควรดื่มน้ำที่อุณหภูมิห้องอย่างน้อย 1 - 2 แก้ว หรือประมาณ 300 ซี.ซี. ก่อนออกจากบ้านในวันที่อากาศร้อนจัด
หากต้องอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตรหรือ 4 - 6 แก้วต่อชั่วโมง แม้ไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม หรือดื่มน้ำสมุนไพรที่มีสรรพคุณแก้ร้อนใน คลายร้อน เช่น ใบบัวบก ใบสะระแหน่ แตงโม ใบเตย ช่วยดับกระหายและคลายความร้อนในร่างกาย
เครื่องดื่มร้อนพวกชาสมุนไพรเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยคลายร้อนได้ เครื่องดื่มร้อนช่วยลดอุณหภูมิของร่างกาย โดยการระเหยของเหงื่อ สมุนไพรส่วนมากช่วยย่อยอาหาร ขับลม แก้อาการแน่น จุก เสียด คนไทยมีเครื่องดื่มสมุนไพรดื่มกันมานานแล้ว
มาสมัยนี้นักโภชนาการพบสารอีกประเภทหนึ่งนอกเหนือจากสารอาหารในพืชผักต่างๆ เป็นสารที่ป้องกันโรค เรียกชื่อสารกลุ่มนี้ว่าฟังก์ชันฟู้ด หรืออาหารที่มีหน้าที่ป้องกันและรักษาโรคได้นอกเหนือจากสารอาหารปรกติ
เครื่องเทศสมุนไพร เป็นกลุ่มอาหารที่มีคุณประโยชน์ทั้งเป็นอาหารและเป็นยา สังเกตดูชาติที่อยู่แถบร้อนในโลกจะกินอาหารเผ็ด ความเผ็ด คือ ความร้อน กินเผ็ดทำให้มีเหงื่อ เมื่อเหงื่อระเหยจะเย็น คนไทย อินเดีย เม็กซิกัน สเปน อยู่ในประเทศที่มีอากาศร้อน กินอาหารเผ็ด อาหารที่ใส่เครื่องเทศต่างๆ แกงเผ็ด ผัดเผ็ด ผัดน้ำพริก แกงเลียง ทำให้เย็นลง
คนจีนมักจะดื่มน้ำชาร้อน จะทำให้เหงื่อออก เป็นการระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ดีอีกวิธีหนึ่ง มาถึงตรงนี้หลายคนคงมีคำถามต่อไปว่า แล้วจะกินอาหารอย่างไรดีในหน้าร้อน เนื่องจากอากาศร้อนมีผลทำให้อารมณ์หงุดหงิดง่าย การเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยคลายร้อนและอารมณ์เย็นขึ้น จะช่วยให้รู้สึกดีในหน้าร้อนได้
อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง นม และไขมัน เป็นอาหารที่ต้องใช้พลังงานในการย่อยและการนำไปใช้สูงกว่าข้าว ผัก และผลไม้ การที่ทางเดินอาหารทำงานหนัก จะเกิดความร้อนในร่างกาย อาหารพวกเนื้อและไขมันจึงเป็นอาหารที่ทำให้ร้อน ไม่ควรกินมากในหน้าร้อน
อาหารที่ไม่สร้างความร้อนเพิ่มขึ้น คือ ผักและผลไม้ที่ไม่มีแป้งมาก ดังนั้น จึงควรเน้นไปที่ผักและผลไม้เป็นหลักมากกว่าอาหารจำพวกแป้งและเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้พลังงานมากเกินความจำเป็นถ้ารับประทานมากเกิน และควรดื่มน้ำที่อุณหภูมิห้องอย่างน้อย 1 - 2 แก้ว หรือประมาณ 300 ซี.ซี. ก่อนออกจากบ้านในวันที่อากาศร้อนจัด
หากต้องอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตรหรือ 4 - 6 แก้วต่อชั่วโมง แม้ไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม หรือดื่มน้ำสมุนไพรที่มีสรรพคุณแก้ร้อนใน คลายร้อน เช่น ใบบัวบก ใบสะระแหน่ แตงโม ใบเตย ช่วยดับกระหายและคลายความร้อนในร่างกาย
เครื่องดื่มร้อนพวกชาสมุนไพรเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยคลายร้อนได้ เครื่องดื่มร้อนช่วยลดอุณหภูมิของร่างกาย โดยการระเหยของเหงื่อ สมุนไพรส่วนมากช่วยย่อยอาหาร ขับลม แก้อาการแน่น จุก เสียด คนไทยมีเครื่องดื่มสมุนไพรดื่มกันมานานแล้ว
มาสมัยนี้นักโภชนาการพบสารอีกประเภทหนึ่งนอกเหนือจากสารอาหารในพืชผักต่างๆ เป็นสารที่ป้องกันโรค เรียกชื่อสารกลุ่มนี้ว่าฟังก์ชันฟู้ด หรืออาหารที่มีหน้าที่ป้องกันและรักษาโรคได้นอกเหนือจากสารอาหารปรกติ
เครื่องเทศสมุนไพร เป็นกลุ่มอาหารที่มีคุณประโยชน์ทั้งเป็นอาหารและเป็นยา สังเกตดูชาติที่อยู่แถบร้อนในโลกจะกินอาหารเผ็ด ความเผ็ด คือ ความร้อน กินเผ็ดทำให้มีเหงื่อ เมื่อเหงื่อระเหยจะเย็น คนไทย อินเดีย เม็กซิกัน สเปน อยู่ในประเทศที่มีอากาศร้อน กินอาหารเผ็ด อาหารที่ใส่เครื่องเทศต่างๆ แกงเผ็ด ผัดเผ็ด ผัดน้ำพริก แกงเลียง ทำให้เย็นลง
วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2552
ต้มผัก ต้มข้าวโพดให้อร่อย

ผักต้มเป็นอาหารที่เราใช้รับประทานคู่กับน้ำพริก เช่น ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง กวางตุ้ง บวบ ฯลฯ เมื่อต้มไว้นานและทิ้งไว้จะมีสีเขียวคล้ำ ดูแล้วไม่น่ารับประทาน โดยเฉพาะเมื่อจัดใส่จานหรือสำรับพร้อมน้ำพริกจะยิ่งดูไม่น่ารับประทาน มีเคล็ดลับในการต้มดังนี้ให้ใส่เกลือป่นลงในน้ำที่จะต้ม ผักก็จะเขียว ถ้าต้องการให้กรอบด้วยก็ไม่ยาก เมื่อต้มหรือลวกผักเสร็จแล้ว รีบราดด้วยน้ำเย็นให้สะเด็ดน้ำ หยดน้ำมันพืชลงไปคลุกเคล้าจะทำให้ผักมีสีเขียวกรอบ และผิวมัน ดูน่ารับประทานมาก ถ้าเป็นผักสีขาว เช่น กะหล่ำปลี หัวไชเท้า ให้ใส่น้ำส้มสายชูลงไปในน้ำต้ม จะช่วยให้ผักสีขาวสะอาดน่ารับประทานยิ่งขึ้น ผักหัวควรต้มทั้งเปลือกแล้วรีบล้างด้วยน้ำเย็น จะทำให้ปอกง่ายขึ้น
ข้าวโพดเป็นธัญพืชเมล็ดสีเหลือง สีขาว สีม่วง สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายรูปแบบ แต่ที่นิยมกันมากคือนำมาต้ม ข้าวโพดเป็นธัญพืชที่สุกง่าย ไม่ควรต้มนานจะทำให้ข้าวโพดเหี่ยว หมดรสหวาน ก่อนต้มต้องต้มน้ำให้เดือดก่อนจึงใส่ข้าวโพด ไม่ต้องปิดฝา ไม่ต้องใส่เกลือ ต้มประมาณ 8 นาที จึงเอาข้าวโพดขึ้นทาด้วยเกลือผสมน้ำตาล ข้าวโพดจะนิ่มน่ารับประทานที่มา. นิตยสาร แม่บ้าน
ข้าวโพดเป็นธัญพืชเมล็ดสีเหลือง สีขาว สีม่วง สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายรูปแบบ แต่ที่นิยมกันมากคือนำมาต้ม ข้าวโพดเป็นธัญพืชที่สุกง่าย ไม่ควรต้มนานจะทำให้ข้าวโพดเหี่ยว หมดรสหวาน ก่อนต้มต้องต้มน้ำให้เดือดก่อนจึงใส่ข้าวโพด ไม่ต้องปิดฝา ไม่ต้องใส่เกลือ ต้มประมาณ 8 นาที จึงเอาข้าวโพดขึ้นทาด้วยเกลือผสมน้ำตาล ข้าวโพดจะนิ่มน่ารับประทานที่มา. นิตยสาร แม่บ้าน
เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ น้ำมัน

เมื่อน้ำมันมีกลิ่นจะทำอย่างไรดี
น้ำมัน ถ้าพูดถึงคนสมัยก่อนแต่โบราณก็จะเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสักเท่าไหร่ น้ำมันกับสมัยยุคปัจจุบันนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง ทุกบ้าน จำเป็นต้องมีติดครัวเรือนขาดไม่ได้ วัน ๆ หนึ่ง น้ำมันนั้นมีมากมายหลายชนิดถึงจะรู้ ว่ารับประทานกันเข้าไปมาก ๆ นั้นไม่ค่อยดีกับสุขภาพแต่ก็มักจะขาดกันไม่ได้ ถึงน้ำมันจะมีประโยชน์น้อย ถ้าเรารับประทานเข้าไปมาก ๆ ก็จะสะสมอยู่ภายในร่างกายของเราจนทำให้เราอ้วนและเป็นโรค แต่ถ้าบ้านไหนรับประทานอย่างถูกหลักอนามัย ก็สามารถลดปัญหาตรงนี้ไปได้เยอะทีเดียว บางครอบครัวจะใช้น้ำมันเยอะ ถึงกับว่าเวลาซื้อก็จะซื้อเป็นลัง ๆ เก็บไว้รับประทานเยอะ ๆ แต่ว่าเก็บไว้นาน ๆ ก็จะมีกลิ่นเหม็นเวลาเอามาปรุงอาหาร ถ้าน้ำมันที่ใช้แล้วก็จะมีกลิ่นที่ชวนไม่พึงประสงค์ เพียงใช้หนเดียวเท่านั้น วิธีที่จะแนะนำรับรองว่าดับกลิ่นน้ำมันได้ดี โดยการใช้ใบเตยไปทอดกับน้ำมันก็จะไม่มีกลิ่นให้รบกวนเลย ไม่ว่ากลิ่นเหม็นแค่ไหน ฉุนมาก ๆ ก็แก้ได้ หรือจะใช้อีกวิธีก็ได้ คือ การทุบหัวหอมแดงลงไปคลุกเคล้ากับน้ำมันเวลาปรุงอาหาร หัวหอมแดงจะช่วยดับกลิ่นอยู่ชะงัดเหมือนกัน ลองทำกันดูนะคะ
น้ำมันที่ทอดอาหารสกปรกแล้วทำให้สะอาดและใส
อาหารทอด เป็นอาหารยอดนิยมและเป็นอาหารนานาชาติเลยก็ว่าได้ ทั้งอาหารไทย อาหารฝรั่ง ต่างก็มีอาหารทอดเป็นอาหารที่เป็นเมนูประจำร้าน ไม่ว่าร้านประเภทฟาสต์ฟู้ดต่าง ๆ ที่มีขึ้นมากมายหรืแม้แต่ร้านขายแผงลอยตามชุมชน ต่าง ๆ อาหารทอดส่วนใหญ่นิยมนำเนื้อสัตว์มาเป็นวัตถุดิบหลักในการทอด เช่น หมูทอด ไก่ทอด ปลาทอด และย่อมจะมีน้ำมันที่เหลือและมีเศษของเนื้อสัตว์ที่ตกค้างอยู่ในน้ำมัน ซึ่งจะทำให้น้ำมันมีสีดำและขุ่น เมื่อทอดไก่หรือเนื้อสัตว์เพียงแค่ครั้งเดียว น้ำมันก็เริ่มดำและขุ่นแล้ว แต่ถ้าเราจะนำมาใช้ทอดอาหารใหม่อีกครั้งหนึ่ง เราควรนำน้ำมันมากรองบนกระดาษทิชชูที่รองอยู่บนกระชอน แล้วนำน้ำมันเทลงบนกระดาษทิชชู น้ำมันก็จะไหลลงแต่ยังเหลือเศษเนื้อสัตว์ และตะกอนของน้ำมันเกาะอยู่บนกระดาษทิชชู น้ำมันที่กรองแล้วก็จะใสเหมือนเดิม แต่ควรกรองตอนที่น้ำมันยังร้อน ๆ อยู่นะคะ แล้วจึงนำน้ำมันที่กรองแล้วไปทอด เนื้อสัตว์อื่น ๆ ได้อีกครั้ง
น้ำมันพืชช่วยได้
ถ้าคุณเคยประสบปัญหาในการต้มมันฝรั่งโดยไม่ปอกเปลือก พอเวลาน้ำเดือด น้ำก็จะท่วม้นออกมานอกหม้อ แล้วเกิดคราบสกปรก ทำให้ดูเลอะเทอะและไม่น่ารับประทาน ดังนั้นถ้าคุณไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้อีก ขอแนะนำให้คุณตักน้ำมันประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงไปในหม้อน้ำที่กำลังเดือด ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นก็จะหมดไป แถมมันฝรั่งของคุณก็จะน่ารับประทานยิ่งขึ้นไปอีก และที่แน่ ๆ มันฝรั่งของคุณไม่เสียรสแน่นอนค่ะ
น้ำมันเก่านำมาใช้ใหม่อีกรอบ
น้ำมันที่ใช้ทอดอาหารแล้ว 1 ครั้ง ก็มักจะมีกลิ่นของอาหารที่ทอดติดอยู่ตามชนิดของอาหารนั้น ๆ ว่ามีมากหรือน้อย คุณแม่บ้านก็มักจะทิ้งไปเพราะถ้านำกลับมาใช้ใหม่ก็กลัวว่าจะมีกลิ่นเหม็นหืน เรามีวิธีแก้ง่าย ๆ ค่ะ คือนำน้ำมันตั้งไปให้ร้อนแล้วนำใบเตยหั่นสัก 10 ท่อน ลงไปทอดในน้ำมันแล้วเอาชื้น ใบเตยนั้นจะช่วยดับกลิ่นอาหารเก่าที่อยู่ในน้ำมัน คราวนี้ก็สามารถนำน้ำมันเก่ามาใช้ทอดอาหารใหม่ได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องกลัวกลิ่นเหม็นหืนของน้ำเก่าอีก
น้ำมันกระเด็นในเสื้อจะทำอย่างไรดี
ในขณะที่ทอด น้ำทีมีอยู่ในเนื้อสัตว์จะไหลออกมาในน้ำมัน จึงทำให้น้ำมันในกระทะกระเด็นออกมาได้ ถ้าเราไม่ได้ระวังตัวก็อาจจะกระเด็นมาโดนเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ได้เช่นกัน เมื่อโดนน้ำมันกระเด็นใส่แล้วคุณไม่ต้องตกใจนะคะ เพียงคุณรีบเอาแป้งมันหรือแป้งอะไรก็ได้ ที่มีอยู่ในครัวมาทาตรงรอยเปื้อนของน้ำมันให้ใส่ตรงจุดด่างไว้ แป้งจะค่อย ๆ ซับน้ำมันจากเสื้อผ้า เมื่อนำไปซักน้ำมันที่ติดอยู่บนเสื้อก็จะหลุดออกไปเอง
น้ำมัน ถ้าพูดถึงคนสมัยก่อนแต่โบราณก็จะเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสักเท่าไหร่ น้ำมันกับสมัยยุคปัจจุบันนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง ทุกบ้าน จำเป็นต้องมีติดครัวเรือนขาดไม่ได้ วัน ๆ หนึ่ง น้ำมันนั้นมีมากมายหลายชนิดถึงจะรู้ ว่ารับประทานกันเข้าไปมาก ๆ นั้นไม่ค่อยดีกับสุขภาพแต่ก็มักจะขาดกันไม่ได้ ถึงน้ำมันจะมีประโยชน์น้อย ถ้าเรารับประทานเข้าไปมาก ๆ ก็จะสะสมอยู่ภายในร่างกายของเราจนทำให้เราอ้วนและเป็นโรค แต่ถ้าบ้านไหนรับประทานอย่างถูกหลักอนามัย ก็สามารถลดปัญหาตรงนี้ไปได้เยอะทีเดียว บางครอบครัวจะใช้น้ำมันเยอะ ถึงกับว่าเวลาซื้อก็จะซื้อเป็นลัง ๆ เก็บไว้รับประทานเยอะ ๆ แต่ว่าเก็บไว้นาน ๆ ก็จะมีกลิ่นเหม็นเวลาเอามาปรุงอาหาร ถ้าน้ำมันที่ใช้แล้วก็จะมีกลิ่นที่ชวนไม่พึงประสงค์ เพียงใช้หนเดียวเท่านั้น วิธีที่จะแนะนำรับรองว่าดับกลิ่นน้ำมันได้ดี โดยการใช้ใบเตยไปทอดกับน้ำมันก็จะไม่มีกลิ่นให้รบกวนเลย ไม่ว่ากลิ่นเหม็นแค่ไหน ฉุนมาก ๆ ก็แก้ได้ หรือจะใช้อีกวิธีก็ได้ คือ การทุบหัวหอมแดงลงไปคลุกเคล้ากับน้ำมันเวลาปรุงอาหาร หัวหอมแดงจะช่วยดับกลิ่นอยู่ชะงัดเหมือนกัน ลองทำกันดูนะคะ
น้ำมันที่ทอดอาหารสกปรกแล้วทำให้สะอาดและใส
อาหารทอด เป็นอาหารยอดนิยมและเป็นอาหารนานาชาติเลยก็ว่าได้ ทั้งอาหารไทย อาหารฝรั่ง ต่างก็มีอาหารทอดเป็นอาหารที่เป็นเมนูประจำร้าน ไม่ว่าร้านประเภทฟาสต์ฟู้ดต่าง ๆ ที่มีขึ้นมากมายหรืแม้แต่ร้านขายแผงลอยตามชุมชน ต่าง ๆ อาหารทอดส่วนใหญ่นิยมนำเนื้อสัตว์มาเป็นวัตถุดิบหลักในการทอด เช่น หมูทอด ไก่ทอด ปลาทอด และย่อมจะมีน้ำมันที่เหลือและมีเศษของเนื้อสัตว์ที่ตกค้างอยู่ในน้ำมัน ซึ่งจะทำให้น้ำมันมีสีดำและขุ่น เมื่อทอดไก่หรือเนื้อสัตว์เพียงแค่ครั้งเดียว น้ำมันก็เริ่มดำและขุ่นแล้ว แต่ถ้าเราจะนำมาใช้ทอดอาหารใหม่อีกครั้งหนึ่ง เราควรนำน้ำมันมากรองบนกระดาษทิชชูที่รองอยู่บนกระชอน แล้วนำน้ำมันเทลงบนกระดาษทิชชู น้ำมันก็จะไหลลงแต่ยังเหลือเศษเนื้อสัตว์ และตะกอนของน้ำมันเกาะอยู่บนกระดาษทิชชู น้ำมันที่กรองแล้วก็จะใสเหมือนเดิม แต่ควรกรองตอนที่น้ำมันยังร้อน ๆ อยู่นะคะ แล้วจึงนำน้ำมันที่กรองแล้วไปทอด เนื้อสัตว์อื่น ๆ ได้อีกครั้ง
น้ำมันพืชช่วยได้
ถ้าคุณเคยประสบปัญหาในการต้มมันฝรั่งโดยไม่ปอกเปลือก พอเวลาน้ำเดือด น้ำก็จะท่วม้นออกมานอกหม้อ แล้วเกิดคราบสกปรก ทำให้ดูเลอะเทอะและไม่น่ารับประทาน ดังนั้นถ้าคุณไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้อีก ขอแนะนำให้คุณตักน้ำมันประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงไปในหม้อน้ำที่กำลังเดือด ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นก็จะหมดไป แถมมันฝรั่งของคุณก็จะน่ารับประทานยิ่งขึ้นไปอีก และที่แน่ ๆ มันฝรั่งของคุณไม่เสียรสแน่นอนค่ะ
น้ำมันเก่านำมาใช้ใหม่อีกรอบ
น้ำมันที่ใช้ทอดอาหารแล้ว 1 ครั้ง ก็มักจะมีกลิ่นของอาหารที่ทอดติดอยู่ตามชนิดของอาหารนั้น ๆ ว่ามีมากหรือน้อย คุณแม่บ้านก็มักจะทิ้งไปเพราะถ้านำกลับมาใช้ใหม่ก็กลัวว่าจะมีกลิ่นเหม็นหืน เรามีวิธีแก้ง่าย ๆ ค่ะ คือนำน้ำมันตั้งไปให้ร้อนแล้วนำใบเตยหั่นสัก 10 ท่อน ลงไปทอดในน้ำมันแล้วเอาชื้น ใบเตยนั้นจะช่วยดับกลิ่นอาหารเก่าที่อยู่ในน้ำมัน คราวนี้ก็สามารถนำน้ำมันเก่ามาใช้ทอดอาหารใหม่ได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องกลัวกลิ่นเหม็นหืนของน้ำเก่าอีก
น้ำมันกระเด็นในเสื้อจะทำอย่างไรดี
ในขณะที่ทอด น้ำทีมีอยู่ในเนื้อสัตว์จะไหลออกมาในน้ำมัน จึงทำให้น้ำมันในกระทะกระเด็นออกมาได้ ถ้าเราไม่ได้ระวังตัวก็อาจจะกระเด็นมาโดนเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ได้เช่นกัน เมื่อโดนน้ำมันกระเด็นใส่แล้วคุณไม่ต้องตกใจนะคะ เพียงคุณรีบเอาแป้งมันหรือแป้งอะไรก็ได้ ที่มีอยู่ในครัวมาทาตรงรอยเปื้อนของน้ำมันให้ใส่ตรงจุดด่างไว้ แป้งจะค่อย ๆ ซับน้ำมันจากเสื้อผ้า เมื่อนำไปซักน้ำมันที่ติดอยู่บนเสื้อก็จะหลุดออกไปเอง
วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2552
วิธีแก้ตับหมูมีกลิ่นเหม็น

ใครที่ทานตับหมู แล้วรู้สึกว่ามีกลิ่นเหม็น วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีแก้ตับหมูไม่ให้เหม็นมาฝากกัน...
วิธีแก้ คือ ก่อนจะนำตับหมูไปปรุงอาหาร ก็ควรนำตับหมูมาล้างคาวและล้างเลือดออกก่อน แล้วจึงนำไปลวกในน้ำเดือด ก่อนนำไปผัดหรือปรุงอาหาร เพราะถ้าไม่ลวกก่อน อาจจะทำให้ตับหมูมีกลิ่น แล้วถ้านำไปผัดทั้งดิบ ๆ จะทำให้เนื้อแข็ง และถ้าผัดไฟแรงเกินไปก็จะขม อีกอย่าง ถ้าจะนำไปผัด ควรหั่นตับให้หนาหน่อย เนื้อจะได้อุ้มน้ำไว้ข้างใน กินแล้วฉ่ำนุ่ม แต่ถ้าจะใส่ในน้ำแกง ควรหั่นให้บางหน่อย ลวกอย่านาน เวลาจะกินหั่นที่ลวกใส่ชาม แล้วจึงตักน้ำแกงร้อน ๆ ราดลง ไม่ต้องต้มตับรวมไปกับน้ำแกง เพราะจะทำให้น้ำแกงจะขุ่นไม่น่ากิน
รู้อย่างนี้แล้ว ก็ควรลวกตับหมูก่อนนำไปปรุงอาหารทุกชนิด จะได้กินตับหมูที่ไม่มีกลิ่นเหม็นอีก
วิธีแก้ คือ ก่อนจะนำตับหมูไปปรุงอาหาร ก็ควรนำตับหมูมาล้างคาวและล้างเลือดออกก่อน แล้วจึงนำไปลวกในน้ำเดือด ก่อนนำไปผัดหรือปรุงอาหาร เพราะถ้าไม่ลวกก่อน อาจจะทำให้ตับหมูมีกลิ่น แล้วถ้านำไปผัดทั้งดิบ ๆ จะทำให้เนื้อแข็ง และถ้าผัดไฟแรงเกินไปก็จะขม อีกอย่าง ถ้าจะนำไปผัด ควรหั่นตับให้หนาหน่อย เนื้อจะได้อุ้มน้ำไว้ข้างใน กินแล้วฉ่ำนุ่ม แต่ถ้าจะใส่ในน้ำแกง ควรหั่นให้บางหน่อย ลวกอย่านาน เวลาจะกินหั่นที่ลวกใส่ชาม แล้วจึงตักน้ำแกงร้อน ๆ ราดลง ไม่ต้องต้มตับรวมไปกับน้ำแกง เพราะจะทำให้น้ำแกงจะขุ่นไม่น่ากิน
รู้อย่างนี้แล้ว ก็ควรลวกตับหมูก่อนนำไปปรุงอาหารทุกชนิด จะได้กินตับหมูที่ไม่มีกลิ่นเหม็นอีก
วิธีทอดไก่ ให้กรอบนอก นุ่มใน

ใช้เนื้อไก่ ล้างแล้วผึ่งให้แห้ง ตำกระเทียมพริกไทยเม็ดให้เข้ากัน ใส่เกลือ นำไปหมักกับไก่อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง จากนั้นเรียงใส่จาน นำไปนึ่งในลังถึง เวลานำลงนึ่งต้องให้น้ำเดือดก่อน นึ่งจนไก่พอสุก จากนั้นนำออกจากลังถึง ปล่อยให้เย็นตัวลง พร้อมทั้งผึ่งให้แห้ง
นำไก่ไปคลุกกับแป้งสาลี (หรือจะใช้แป้งชุบทอด ที่ขายกันทั่วไปก็ได้) คลุกกับแป้งแห้ง ๆ จากนั้นชุบด้วย ไข่ไก่ที่ตีเข้ากันแล้ว แล้วนำไปคลุกเกล็ดขนมปัง แล้วเอาไปทอด ในน้ำมันร้อนจัด ด้วยไฟปานกลาง พอเกล็ดขนมปังสุกเหลือ จึงช้อนขึ้นพักสะเด็ดน้ำมัน เท่านี้ก็จะได้ไก่ทอด กรอบนอกนุ่มในค่ะ
อีกวิธีหนึ่ง ถ้าไม่ชอบ แบบชุบเกล็ดขนมปังทอด หลังจากนึ่งเสร็จ รอจนไก่เย็นตัวลงแล้ว นำไปชุบกับแป้งทอดกรอบ เคล็ดลับสำคัญ อยู่ที่ เวลาผสมแป้งกับน้ำ ให้ใช้น้ำเย็น ผสมให้แป้งข้นพอชุบติด จุ่มไก่ลงทอด ในน้ำมันร้อนจัดเช่นกัน ก็จะได้ไก่ทอดกรอบ นอกนุ่มในอีกแบบนึง
นำไก่ไปคลุกกับแป้งสาลี (หรือจะใช้แป้งชุบทอด ที่ขายกันทั่วไปก็ได้) คลุกกับแป้งแห้ง ๆ จากนั้นชุบด้วย ไข่ไก่ที่ตีเข้ากันแล้ว แล้วนำไปคลุกเกล็ดขนมปัง แล้วเอาไปทอด ในน้ำมันร้อนจัด ด้วยไฟปานกลาง พอเกล็ดขนมปังสุกเหลือ จึงช้อนขึ้นพักสะเด็ดน้ำมัน เท่านี้ก็จะได้ไก่ทอด กรอบนอกนุ่มในค่ะ
อีกวิธีหนึ่ง ถ้าไม่ชอบ แบบชุบเกล็ดขนมปังทอด หลังจากนึ่งเสร็จ รอจนไก่เย็นตัวลงแล้ว นำไปชุบกับแป้งทอดกรอบ เคล็ดลับสำคัญ อยู่ที่ เวลาผสมแป้งกับน้ำ ให้ใช้น้ำเย็น ผสมให้แป้งข้นพอชุบติด จุ่มไก่ลงทอด ในน้ำมันร้อนจัดเช่นกัน ก็จะได้ไก่ทอดกรอบ นอกนุ่มในอีกแบบนึง
วันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2552
6 วิธี จิบกาแฟเพื่อสุขภาพ!!

อัพเดทความรู้ใหม่ และสลัดความเชื่อเก่าที่ผิดๆ เรื่องกาแฟทิ้ง...เพราะมันให้คุณมากกว่าโทษ ถ้าคุณรู้จักดื่ม และนี่คือ 6 ข้อเท็จจริงที่เราเอามาป่าวประกาศ ไม่จริงว่าการดื่มกาแฟทำให้เกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิต เป็นหมัน ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์แท้งได้ ส่งผลให้ทารกแรกคลอดน้ำหนักน้อย เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งรังไข่ ซีสต์ในเต้านม และกระดูกพรุน ถ้าคุณดื่มเพียงวันละ 1-2 ถ้วย ไม่รู้ใช่มั้ย...กาแฟช่วยลดความเสี่ยงการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคพาร์คินสัน ลดอันตรายจากตับในผู้ที่มีความเสี่ยงโรคตับ ลดอาการหอบในผู้ที่มีโรคหอบหืด เพิ่มความจำ และสำหรับนักกีฬาจะช่วยเพิ่มความทนและความอึดในกีฬาที่ต้องใช้เวลานาน ต้องดื่มบ่อยๆ...สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟเพราะต้องการแก้ง่วง แนะนำให้ดื่มปริมาณน้อยๆ แต่กระจายการดื่มออกไปตลอดวัน เช่น แทนที่จะดื่มถ้วยใหญ่ 16 ออนซ์ (500 มล.) ในตอนเช้า ให้ดื่มเพียงครั้งละ 2-3 ออนซ์ (60-90 มล.) แต่บ่อยขึ้น กาแฟจะเริ่มออกฤทธิ์ใน 15 นาที และจะอยู่ในร่างกายนานหลายชั่วโมง และต้องใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมงกว่าที่จะถูกขจัดออกจากร่างกาย กาแฟดีกว่าไวน์และชาสมุนไพร...เมล็ดกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาเขียวถึง 4 เท่า และยังมากกว่าโกโก้ ชาสมุนไพร และไวน์แดง ที่มากกว่าเพราะผู้บริโภคดื่มกาแฟมากกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ แต่สารต้านอนุมูลอิสระในกาแฟแต่ละถ้วยและแต่ละยี่ห้อนั้นก็ไม่เท่ากัน ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของกาแฟ ระวังไว้นิดก็ดี...องค์ประกอบหลักของกาแฟคือ สารกาเฟอีน ซึ่งเป็นสารกระตุ้นที่มีผลต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น หรือเต้นผิดปกติในบางครั้ง และเพิ่มความดันโลหิต งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยโทรอนโทเปิดเผยว่า การดื่มกาแฟมากอาจเพิ่มความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลันในผู้ที่มียีนขจัดกาเฟอีนช้า ทำให้กาเฟอีนอยู่ในกระแสเลือดนานขึ้น แต่สำหรับคนที่มียีนปกติที่ขจัดกาเฟอีนได้เร็วกาแฟก็จะไม่มีผล ดีแคฟ...ไม่ช่วยอะไร ผู้ที่ดื่มกาแฟสกัดกาเฟอีน อาจคิดว่าปลอดภัย แต่นักวิจัยเตือนว่า กาแฟสกัดกาเฟอีนอาจเพิ่มระดับกรดไขมันในเลือดให้สร้างแอลดีแอล ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลตัวร้ายได้ เพราะในกระบวนการสกัดกาเฟอีนจะสกัดเอาสารเฟลโวนอยด์ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและสารอื่นๆ ที่ให้รสชาติกาแฟแท้ๆ ออกไปด้วย ดังนั้น การดื่มดีแคฟนอกจากจะอร่อยน้อยลงแล้ว ยังมีผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย อะไรที่มากหรือน้อยเกินพอดีล้วนมีโทษทั้งสิ้นเพราะฉะนั้น ถ้าคุณอยากดื่มกาแฟให้ได้ประโยชน์ก็ต้องเลือกในปริมาณ และรสชาติที่เกินพอดีแล้วจะมีความสุขกับกาแฟแก้วโปรดไปอีกนานๆ
กินอย่างชาย...แต่กายเพรียวงาม

น่าประหลาดใจใช่ไหมที่แฟนหนุ่มของคุณสามารถกินอะไรก็ได้ที่เขาอยากกินโดยยังคงน้ำหนักเท่าเดิม ถูกต้องที่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะระบบการเผาผลาญของร่างกาย แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าผู้ชายส่วนมากมักคำนึงถึงการกินอาหารที่มีประโยชน์มากกว่าผู้หญิง ลองแอบขโมยพฤติกรรมการกินบางข้อของหนุ่มๆ มาใช้ดูสิ อย่าอดอาหารด้วยตัวเองเมื่อคุณกำหนดพฤติกรรมการกินอาหารที่เคร่งครัดเกินไป มักเกิดผลไม่คาดคิดตามมา เทรนเนอร์ด้านฟิตเนสของดาราดังอย่าง Tobey Maguire และ Reese Witherspoon บอกว่า "ลูกค้าฟิตเนสผู้ชายส่วนใหญ่มีเป้าหมายที่คาดไม่ถึงทีเดียวในเรื่องการเลือกรับประทานอาหารที่ดีกว่าผู้หญิง ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเขาจะไม่ได้รับผลกระทบเมื่อหยุดโปรแกรมการควบคุมน้ำหนัก แต่ผู้หญิงมักจะเลือกทานพิซซ่าชิ้นบางๆ แล้วในที่สุดก็บอกกับตัวเองว่า ฉันแค่กินมันให้หมดก็เท่านั้นแหละ เอาน่าแล้วพรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่"กินเมื่อหิว อย่ากินเมื่อเครียดหนึ่งในสามของผู้หญิงมักใช้การกินเพื่อคลายความเครียดหรือภาวะกดดัน ขณะที่ผู้ชายหนึ่งในห้าเท่านั้นที่มีพฤติกรรมแบบนี้ จากผลการศึกษาใหม่ล่าสุดโดยสถาบัน American Psychological Association Found บอกไว้ว่าวิธีกำจัดความเครียดของหนุ่มๆ โดยการเข้ายิมได้ผลดีกว่าการเอาแต่เปิดตู้เย็นของผู้หญิงอย่างเห็นได้ชัด รู้ไว้เถอะว่า ผู้ชายใช้เวลาครึ่งหนึ่งในยิมเพื่อระบายความเครียดที่มีต่อเจ้านายแสนน่าเบื่อและงี่เง่า เลี่ยงอาหารประเภทไดเอตและอาหารไขมันต่ำมีผู้ชายสักกี่คนที่คุณรู้จักเลือกกินอาหารแคลอรี่ต่ำหรืออาหารปราศจากไขมัน คนเรามักจะกินอาหารตามความพอใจมากกว่าจะกินอาหารที่จำเป็นต่อร่ายกายจริงๆ เมื่อใดก็ตามที่คุณกินอาหารเพียงเสี้ยวหนึ่งของอาหารที่เสิร์ฟมาในจาน มันย่อมเป็นเรื่องของความรู้สึกที่ต้องหักห้ามใจ รวมทั้งความรู้สึกของรสชาติแสนอร่อยที่เคยลิ้มรส ผู้หญิงมักจะกินอาหารลดความอ้วนเพื่อสนองความต้องการและตอกย้ำถึงการควบคุมน้ำหนัก จนอาจกลายเป็นการเพิ่มปริมาณแคลอรี่ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเปลี่ยนขนมเป็นอาหารมื้อหลักผู้ชายมักเลือกกินอาหารมื้อหลักอย่างสเต๊กในอาหารมื้อเย็นเพราะความสะดวก ขณะที่ผู้หญิงมักมองหาขนมหวานหรืออาหารว่างอื่นๆ ขอบอกว่าน้ำตาลและกระบวนการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตเพียงช่วยให้คุณหายหิวและลดอาการอยากอาหารเท่านั้น อย่างไรก็ตามการเลือกกินอาหารที่มีโปรตีนและไขมันจะทำให้ร่างกายรู้สึกดีขึ้นได้มากกว่ากำจัดความรู้สึกผิดทิ้งไปผู้หญิงมักมีความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจมากกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ หลังจากปล่อยให้ตนเองกินอาหารจำนวนมากเหมือนอย่างผู้ชาย และความรู้สึกผิดนี้มักจะเกิดขึ้นเสมอไม่มีวันจบสิ้น ผู้หญิงส่วนมากจะฝึกตนเองให้เลือกกินอาหารที่ดีกว่ามื้อที่ผ่านมาหลังผ่านพ้นการตำหนิตนเองแล้ว โดยบอกตัวเองว่าจะไม่ทำมันอีก แต่ผู้ชายมักจะมีความยืดหยุ่นในความคิดเรื่องนี้ พวกเขาแค่ส่องกระจกในแต่ละวันและคิดว่าพร้อมจะยอมรับการเปลี่ยนแปลง ลองเปลี่ยนเป็นให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ แก่ตัวเองบ้างเหมือนที่หนุ่มๆ เขาทำกันบ้างสิ
น้ำสำคัญแค่ไหนใครรู้บ้าง!!

ในทุกๆ วัน ร่างกายจะต้องสูญเสียน้ำผ่านทางการหายใจและการขับถ่าย จึงเป็นสิ่งที่จําเป็นมากที่จะต้องรับน้ำเข้าไปเพื่อทดแทนส่วนที่เสียไป และโดยปกติเราจะเสียน้ำจากการปัสสาวะเฉลี่ยวันละประมาณ 1.5 ลิตร และอีกเกือบถึง 1 ลิตรสำหรับ การหายใจและเหงื่อ ซึ่งถ้าคุณดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร (ประมาณ 8 แก้ว) ก็จะช่วยทดแทนการสูญเสียน้ำในส่วนนี้ได้ค่ะ แต่ สําหรับปริมาณน้ำที่ควรดื่มให้ได้ภายใน 1 วันเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองแล้ว ถ้าเป็นหนุ่มๆ ควรดื่มให้ได้วันละ 3 ลิตร (ประมาณ 13 แก้ว) ส่วนสาวๆ วันละ 2.2 ลิตร (ประมาณ 9 แก้ว) ก็โอ.เค.แล้วค่ะสําหรับสาวๆ สปอร์ตี้เกิร์ล จะต้องดื่มน้ำในปริมาณที่เยอะกว่าคนปกตินะคะ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของกิจกรรมที่ทําด้วยค่ะ ถ้าคุณออกกําลังกายในช่วงสั้นๆ ก็ควรจะดื่มน้ำเพิ่มเข้าไปครั้งละ 1-2 แก้วหลังจากออกกําลังกายแล้ว แต่ถ้าเป็นช่วงยาวๆ ละก็เพิ่มขึ้นอีกสัก 2-3 แก้วก็ น่าจะเพียงพอแล้วค่ะ ดื่มตอนไหน เวิร์กสุดๆอ๊ะๆ ทําเป็นเล่นไป การดื่มน้ำก็ต้องมีเวลาดื่มด้วยนะคะถึงจะได้ประโยชน์สูงสุด คุณควรจะดื่มในช่วง...- ตื่นนอนตอนเช้า 1 แก้ว (400 ซี.ซี.) เพราะเป็นช่วงที่มีความเข้มข้นของเลือดสูง เลือดจะมีลักษณะขาดน้ำ - ตอนสายๆ 2 แก้ว (เวลาประมาณ 9 โมงถึง 10 โมงเช้า) ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีของเสียเกิดขึ้น เพราะร่างกายได้ทํางานไประยะหนึ่งแล้ว ฉะนั้น จึงควรดื่มน้ำเพื่อมาชําระของเสียเหล่านั้นออกไปค่ะ- ตอนบ่ายๆ 3 แก้ว (เวลาประมาณบ่ายโมงถึงบ่ายสอง)- ตอนเย็น 3 แก้ว (เวลาประมาณ 1 ทุ่มถึง 2 ทุ่ม)- ก่อนนอนให้ดื่มน้ำอีก 1 แก้ว เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนชะล้างสิ่งตกค้างในลําไส้แลกระเพาะอาหาร และยิ่งถ้าเป็นน้ำอุ่นด้วยแล้วจะยิ่งช่วยให้หลับสบายยิ่งขึ้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
